ในวัยละอ่อน..
เพื่อนที่เป็นมิตรแท้สำหรับเราคือ..การเขียน
หรือที่คนยุคนี้เรียกมันว่าไดอารี่..
เมื่อก่อนไม่รู้หรอกว่า..เขาเรียกมันซะอินเตอร์แบบนี้
รู้แค่ว่า..เวลาเหงาเศร้าว้าเหว่..ขอแค่ได้เขียน
ได้ระบายออกมา..มันเหมือนมีคนคอยรับฟังเราอยู่
เพราะบางคราวก็พูดและบอกกับใครไม่ได้..
ใช้ชีวิตอยู่ตจว.ด้วยการเลี้ยงดูจากลุงป้าที่เปรียบเสมือน
พ่อแม่เลยก็ว่าได้..ท่านเลี้ยงดูให้โตเป็นคน..มีการศึกษา
ได้ความสุขอย่างเต็มอิ่ม..
แต่กระนั้นก็เถอะบางเสี้ยวบางเวลาความเหงาก็มักมาเยือนเสมอ
มันไม่ใช่การคิดถึงบ้าน..เพราะไม่มีบ้านเป็นของตัวเองให้คิดถึง
แต่มันโหยหาอะไรบางอย่าง..ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร
พ่อแม่ต่างแยกทางไปมีวิถีของตนเองตั้งแต่เราเด็ก
พี่น้องต่างคน..ต่างถูกเลี้ยงดูจากญาติ
ฉะนั้นจึงทำให้รักการเขียนโดยไม่รู้ตัว..
มันเป็นเพื่อนพี่คอยรับฟังทุกปัญหาได้อย่างดี
จะว่าบ้าหรือเพ้อก็เถอะ
และไม่รู้มาก่อนเลยว่าอาชีพนักเขียนมันมีอยู่บนโลก
มันหล่อหลอม..จนเกิดเป็นอาชีพได้แบบไม่รู้ตัว
รู้สึกว่าเขียนแล้วมันทำให้ยิ้มและร้องไห้ได้ไปกลับมัน
มันอยู่คู่กับเรามาตั้งแต่เด็ก..แล้วอย่างนี้จะไม่ให้รักการเขียนได้ไง..
กลับไปค้นเจอไอ้ที่เขาเรียกกันว่าไดอารี่..เก่าๆ
ความทรงจำเก่าๆหวนคืนมา..หลายตลบอย่างกับในหนังแบบนั้น
น่าเอ็นดูตัวเองแท้...."นี่แกเคยมีความคิดแบบนี้ด้วยหรือนี่"
ที่กล่าวมาทั้งหมด..ไม่ว่าจุดประสงค์ของคนที่อยากเขียน
ไม่ว่าจะเพื่ออะไร..สร้างแบรนด์..สร้างยอดขายหรือความสุข
เรามองว่าทุกจุดประสงค์มันคือเรื่องดีทั้งนั้น..
อย่างน้อยก็ทำให้ผู้เขียนได้ถ่ายทอดความรู้สึกหรือองค์ความรู้ออกมา
เขียนเถอะ..เขียนมันออกมา..มันไม่มีถูกมีผิดหรอกยกเว้นไวยากรณ์
คำศัพท์ตามพจนานุกรมไทยอะไรนั้น..
เราเริ่มเขียนตั้งแต่ยังไม่มีคนอ่าน..เก็บไว้อ่านคนเดียวยังเขียนเลย
ถือว่าเป็นสิ่งนันทนาการไว้ระบายความเครียด..สร้างความสุขให้แก่ตนเอง
เอาเป็นว่า..สนับสนุนคนรักการเขียน
เขียนเถอะ...